
การซื้อบ้านเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของหลายครอบครัว แต่ด้วยราคาบ้านและภาระผ่อนระยะยาว การยื่นกู้เพียงคนเดียวอาจได้รับวงเงินไม่เพียงพอกับราคาบ้านที่ต้องการ “การกู้ร่วมกับคู่สมรส” จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ธนาคารนำรายได้และความสามารถในการผ่อนของทั้งสองคนมาพิจารณาร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม การกู้ร่วมไม่ได้มีเพียงการนำรายได้มารวมกันเท่านั้น เพราะผู้กู้ทั้งสองจะมีภาระผูกพันตามสัญญาสินเชื่อร่วมกันด้วย ก่อนยื่นกู้จึงควรทำความเข้าใจทั้งรายได้ ภาระหนี้ เอกสาร เงื่อนไขของธนาคาร และชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในบ้านให้ชัดเจน
การกู้ร่วมกับคู่สมรสคืออะไร?
การกู้ร่วมกับคู่สมรส คือ การที่คนสองคนยื่นขอสินเชื่อบ้านในสัญญาเดียวกัน โดยธนาคารจะพิจารณาข้อมูลของทั้งผู้กู้หลักและผู้กู้ร่วม ไม่ว่าจะเป็นรายได้ อาชีพ อายุ ภาระหนี้ ประวัติการชำระหนี้ และความสามารถในการผ่อน
การนำรายได้ของทั้งสองคนมาพิจารณาร่วมกันอาจช่วยเพิ่มศักยภาพในการขอสินเชื่อและโอกาสได้รับวงเงินที่เหมาะกับราคาบ้านมากขึ้น แต่การอนุมัติและวงเงินที่ได้รับจริงยังขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของแต่ละธนาคาร
ขณะเดียวกัน ผู้กู้ร่วมทุกคนถือเป็นลูกหนี้ตามสัญญา หากคนใดคนหนึ่งไม่สามารถชำระค่างวดได้ อีกฝ่ายอาจต้องรับผิดชอบภาระหนี้ตามเงื่อนไขของสัญญา จึงควรประเมินความสามารถในการผ่อนร่วมกันให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ
1. รายได้และภาระหนี้ของผู้กู้ทั้งสองคน
ข้อดีหลักของการกู้ร่วมกับคู่สมรสคือ ธนาคารสามารถนำรายได้ของทั้งสองคนมาพิจารณาร่วมกัน ซึ่งอาจช่วยเพิ่มความสามารถในการผ่อนและเพิ่มโอกาสได้รับวงเงินสินเชื่อมากกว่าการยื่นกู้เพียงคนเดียว
แต่ธนาคารไม่ได้พิจารณาเฉพาะรายได้เท่านั้น ยังตรวจสอบภาระหนี้และประวัติการชำระหนี้ของผู้กู้ทั้งสองคนด้วย เช่น ยอดผ่อนรถยนต์, หนี้บัตรเครดิต, สินเชื่อส่วนบุคคล, สินเชื่อเพื่อการศึกษา, สินเชื่อบ้านหรือภาระค้ำประกันที่มีอยู่, ประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมา
ข้อมูลเครดิตจะแสดงทั้งบัญชีสินเชื่อ วงเงิน ยอดที่ใช้ สถานะบัญชี และประวัติการชำระหนี้ โดยสถาบันการเงินจะนำไปพิจารณาร่วมกับรายได้ อาชีพ อายุ ความสามารถในการชำระหนี้ และหลักประกัน
ดังนั้น แม้รายได้รวมของคู่สมรสจะสูงขึ้น แต่หากคนใดคนหนึ่งมีภาระหนี้มากหรือมีประวัติชำระล่าช้า ก็อาจส่งผลต่อวงเงินหรือการอนุมัติสินเชื่อของทั้งคู่ได้
2. เอกสารประกอบการกู้ร่วมที่ต้องเตรียม
การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลได้สะดวกขึ้น และลดการส่งเอกสารเพิ่มเติมหลายครั้ง เอกสารเบื้องต้นที่ผู้กู้หลักและผู้กู้ร่วมมักต้องเตรียม ได้แก่
เอกสารส่วนบุคคล
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- สำเนาทะเบียนสมรส
- เอกสารเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล หากมี
- เอกสารแสดงสถานภาพอื่น ๆ ตามที่ธนาคารกำหนด
เอกสารแสดงรายได้สำหรับพนักงานประจำ
- สลิปเงินเดือนล่าสุด
- หนังสือรับรองเงินเดือน
- Statement หรือรายการเดินบัญชีย้อนหลัง
- เอกสารแสดงรายได้อื่น เช่น โบนัสหรือค่าคอมมิชชัน หากมีและธนาคารรับพิจารณา
เอกสารสำหรับเจ้าของกิจการหรืออาชีพอิสระ
- Statement ย้อนหลังตามระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด
- ทะเบียนพาณิชย์หรือหนังสือรับรองบริษัท
- เอกสารแสดงรายรับของกิจการ
- เอกสารภาษี
- หลักฐานประกอบอาชีพหรือสัญญาว่าจ้าง
3. เงื่อนไขการกู้ร่วมของแต่ละธนาคารแตกต่างกัน
แม้จะเป็นการกู้ร่วมกับคู่สมรสเหมือนกัน แต่รายละเอียดการพิจารณาของแต่ละธนาคารอาจแตกต่างกัน เช่น
- คุณสมบัติของผู้กู้และผู้กู้ร่วม
- รายได้ขั้นต่ำ
- อายุและระยะเวลาการผ่อน
- อายุงานหรือระยะเวลาประกอบกิจการ
- ประเภทและจำนวนผู้กู้ร่วม
- เอกสารยืนยันความสัมพันธ์
- วิธีคำนวณรายได้และภาระหนี้
- เงื่อนไขเกี่ยวกับชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์
- วงเงินและอัตราดอกเบี้ยที่เสนอ
บางธนาคารอาจรับพิจารณาคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียน แต่ต้องใช้เอกสารอื่นเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ เช่น ทะเบียนบ้านที่แสดงว่าอยู่อาศัยร่วมกัน สูติบัตรของบุตร หรือเอกสารตามที่ธนาคารกำหนด
4. ผู้กู้ร่วมไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ร่วมโดยอัตโนมัติทุกกรณี
“ชื่อในสัญญากู้” และ “ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในบ้าน” เป็นเรื่องที่ควรตรวจสอบแยกกัน เพราะการเป็นผู้กู้ร่วมหรือมีหน้าที่ชำระหนี้ ไม่ได้หมายความว่าชื่อจะถูกจดทะเบียนเป็นเจ้าของบ้านร่วมกันโดยอัตโนมัติในทุกกรณี
ในทางปฏิบัติ บางธนาคารอาจกำหนดให้ผู้กู้ร่วมทุกคนมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในหลักประกันร่วมกัน ขณะที่เงื่อนไขของบางผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างออกไป จึงควรสอบถามธนาคารตั้งแต่ก่อนทำสัญญาว่า
- บ้านจะจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ในชื่อใคร
- สามารถถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันได้หรือไม่
- ธนาคารกำหนดให้ผู้กู้ร่วมทุกคนต้องมีชื่อหรือไม่
- หากต้องการเปลี่ยนชื่อในอนาคต ต้องดำเนินการอย่างไร
- มีค่าธรรมเนียม ภาษี หรือค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มเติมหรือไม่
นอกจากนี้ คู่สมรสควรตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์ สัดส่วนค่าใช้จ่าย และหน้าที่ในการผ่อนชำระให้ชัดเจน แม้ในวันที่ความสัมพันธ์ยังเป็นไปด้วยดี เพราะสินเชื่อบ้านเป็นภาระผูกพันระยะยาว
การวางแผนร่วมกันตั้งแต่ก่อนยื่นกู้ จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจหน้าที่ ค่าใช้จ่าย และความรับผิดชอบตรงกัน พร้อมเลือกบ้านที่เหมาะกับกำลังผ่อนและเป้าหมายของครอบครัวในระยะยาว
เมื่อเตรียมความพร้อมด้านสินเชื่อแล้ว สามารถเลือกชมบ้านจากธารารมณ์ที่ออกแบบฟังก์ชันให้รองรับการเริ่มต้นและการเติบโตของครอบครัว สามารถนัดหมายเข้าชมโครงการได้แล้ววันนี้